We’ve all had those days; where you feel like the minute you step out of bed, everything just seems to go wrong. Well, it was one of those days. It wasn’t even 5 seconds after I got up that I stubbed my toe on the foot of the bed. Then it was a mad rush to get the kids up, showered, changed, fed, teeth brushed, homework done, bags packed, water bottles filled, shoes on and out the door. We were already running late but, of course, I insisted on loading the car up with a huge bag of recycled containers for the preschool junk donation. By the time we got to school, I had completely forgotten about it and had to make another trip back to the car. By 8 am I was already soaked with sweat. I decided I needed coffee, but in my haste, I had also forgotten my wallet, so I managed to corner and borrow some cash from a fellow frazzled mother friend for a cappuccino (although I’m sure at the time it looked more like a hold-up). On my way out of the canteen I caught a glimpse of Leila starting her swim drills and of course, felt the urge to rush over to capture the moment on my Insta-story. Well, juggling coffee, Instagram and giant bag of garbage never ends well and I proceeded to dump the entire piping hot contents of the cup down my leg.  So there I was, soaked with sweat, drenched with coffee and trying hard not to add to the overall moisture content by biting back my tears of pain and frustration. I just wanted to scream! In fact, I did just that, but only after I had gotten back in the privacy of my car. The rest of day didn’t get much better,  from horrific traffic to equally horrific makeup at my fashion shoot and various technical difficulties and other hiccups. But by then, I was already tainted by the morning drama that it would’ve taken a limo full of champagne and a 6 hr massage to make me feel better.



I managed to get home in time for dinner with the kids, which on any other day, would have been such a highlight and a big ROSE (more on that in next blog) but I was literally counting down the minutes before I was able to jump back into bed (albeit with a wide angle of entry so as not to repeat the toe stub). But then Aiden came bouncing in with a new library book, “Can you read this for me now Mommy, PLEASE?” It took some major mommy grit to smile and say “Of course, Honey” and so we started to read Pete the Cat and his Magic Sunglasses. 


It was a book about this cat called Pete and how he was having a really bad day. The very first page struck home … “Pete had the blue cat blues” I though “OMG, that’s so me right now!” But then his friend Grumpy Owl who, as you can imagine, was usually a pretty grumpy fellow, lent Pete his cool blue magic sunglasses so he could see things in a whole new way.  And that’s exactly what happened. Pete put those psychedelic shades on and all of a sudden, he started feeling ALRIGHT! Because through the cool blue magic sunglasses, he could hear the birds singing, he could see that the sky was really bright and that the sun was shining! Along the way he met more grumpy, frustrated and sad friends and he lent them all the sunglasses, cheering then up one by one until he had a skating accident and cracked the sunglasses. But in the end realized he didn't really need them, but just needed to look for the good in every day to see things in a whole new way.



Wow, where the heck was Pete when I needed him today?? I would’ve totally rocked those blue sunglasses! Jokes aside though; what a relevant message for me right then. Yes I had had a rough day, but I’m more than certain that because of the unfortunate incidents of the morning, I allowed the rest of my day to be just as awful. I never managed to shake off my funk. After reading this book, however, I felt something immediately lift. It was like Grumpy Owl had reached out of the book and smacked me upside the head. It’s amazing the lessons you can learn from the most unexpected places if only you allow yourself to be open to them. Today it took a children's book to wake me up and realize that sometimes all it takes is a pair of “magic sunglasses” in whatever shade tickles your fancy to look at things differently. Positivity is a choice. Some days a harder choice to make; but a choice nonetheless. Because we do manage to get out of ourselves, get out of that funk, we’d see that the birds are singing, the sky is bright, the sun in shining, and we are feeling ALRIGHT!

เคยมีกันใหมคะ? วันที่รู้สึกว่าตั้งแต่วินาทีแรกที่ลืมตาขึ้นมาก็มีแต่อุปสรรคและเรื่องติดขัดทั้งวัน วันนั้นของซินดี้ก็เช่นกัน แค่เพียงแต่ลุกจากเตียงไม่ถึง 5 วินาทีก็เดินไปชนขาเตียงซะแล้ว หลังจากนั้นก็เข้าสู่ช่วงเวลาของภารกิจเร่งรีบที่ทำเป็นประจำทุกเช้า มีดังต่อไปนี้ ปลุกลูกให้อาบน้ำ แต่งตัว ทานอาหารเช้า แปรงฟัน ทำการบ้าน จัดกระเป๋า เตรียมขวดนำ้และอาหารว่าง ใส่รองเท้าแล้วก็รีบขึ้นรถ ถึงแม้ว่าวันนั้นก็สายกันแล้วแต่ซินดี้ก็ยังจะพยายามหอบถุงที่เต็มไปด้วยกล่องและบรรจุภัณฑ์ recycle เพื่อที่ไปบริจาคที่ห้องอนุบาล แต่พอถึงโรงเรียนก็ลืมสนิท เลยต้องวิ่งกลับไปเอาที่รถอีกรอบ แค่ 8 โมงเช้าก็เหงื่อซกทั้งตัวแล้ว นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้กินกาแฟ แต่ด้วยความที่รีบเลยลืมกระเป๋าตังค์ไว้ที่บ้าน พอดีเจอเพื่อนที่โรงอาหารก็เลยดักขอตังค์ซื้อกาแฟ แต่อาการตอนนั้นคงจะเหมือนการปล้นซะมากกว่านะ ในที่สุดก็ได้กาแฟร้อนๆหอมๆมาหนึ่งแก้วแต่ยังไม่ทันดื่มก็แอบเห็น ลูกสาวกำลังจะลงสระว่ายน้ำก็เลยพุ่งไปที่ขอบสระเพื่อที่จะเก็บภาพลง Insta-story ซึ่งการถ่ายรูปในขณะมี่มือหนึ่งถือกาแฟและอีกมือถือถุงขยะช่างไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่นะ ในที่สุดก็ทำกาแฟร้อนหกใส่ขาทั้งแก้ว ตัวซินดี้ตอนนั้นมีทั้งเหงื่อ มีทั้งกาแฟและมีทั้งน้ำตาที่เริ่มปริ่มออกมาเพราะทั้งเจ็บและเครียดจัดในเวลาเดียวกัน อยากจะกรี๊ดดังๆ แต่ตรงนั้นมันเป็นที่สาธารณะ เลยต้องรอจนอยู่บนรถแล้วจึงค่อยกรี๊ดได้ หลังจากนั้นทั้งวันก็มีแต่อุปสรรคไม่ว่าจะเป็น รถติด แต่งหน้าไม่ถูกใจ ปัญหาเล็กๆน้อยๆเต็มไปหมดทั้ง คือพูดง่ายๆว่าคงมีแต่สองอย่างเท่านั้นที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นในตอนนั้น ก็คือได้นอนนวด 6 ชั่วโมงแล้วก็รถลิมูซีนที่เต็มไปด้วยแชมเปญทั้งคัน

เย็นวันนั้น กลับถึงบ้านทันทานข้าวกับเด็กๆซึ่งถ้าเป็นวันอื่นก็คงดีใจและเป็นกุหลาบดอกโต (เดี๋ยวจะมาอธิบายในบล็อกต่อไปนะคะว่ากุหลาบในที่นี้หมายถึงอะไร) เอเดนก็วิ่งเข้ามาหาพร้อมหนังสือจากห้องสมุดโรงเรียนเล่มใหม่และพูดว่า  “มามี้ๆอ่านให้เอเดนหน่อยครับ” ด้วยสัญชาตญาณของความเป็นแม่เราก็ต้องอดทนต่อไป ฝืนยิ้มแล้วบอกอย่างสดใสที่สุดว่า “ได้สิจ๊ะลูก” ทั้งๆที่ข้างในตอนนั้นสิ่งเดียวที่อยากจะทำก็คือกระโดดขึ้นเตียงนอนทันทีเพราะเหนื่อยใจและกายเหลือเกิน  เราก็เริ่มอ่านหนังสือกัน มันเป็นเรื่องแมวน้อยที่ชื่อพีทกับแว่นกันแดดวิเศษสีฟ้า เรื่องมีอยู่ว่าเจ้าพีทกำลังอารมณ์ บ่จอย แค่อ่านหน้าแรกก็รู้สึกแล้วว่าเหมือนกับสภาพตัวเราเองตอนนี้จังเลย และแล้วพีทก็ได้มาเจอกับเจ้า Grumpy Owl ที่ธรรมดาแล้วจะเป็นนกฮูกขี้หงุดหงิด แต่วันนี้กลับดูสดชื่นและอารมณ์ดี เขาเอาแว่นกันแดดวิเศษของเค้าให้พีทยืมใส่ เพื่อที่จะมองโลกในแง่ใหม่ ทันทีที่พีทได้ใส่แว่นกันแดดวิเศษสีฟ้าสดใสนั้น เค้ารู้สึกเลยว่าทุกอย่างดีขึ้น ท้องฟ้าสีสวยงดงาม แดดส่องแจ่มใส นกก็ร้องเสียงเพราะจริงๆ และตัวพีทเองก็รู้สึกดี๊ดี พอพีทอารมณ์ดีขึ้นเขาก็เริ่มเดินเล่น ระหว่างทางก็เจอเพื่อนคนโน้นคนนี้ ต่างคนก็กำลังอารมณ์เสียหรือเศร้าอยู่ พีทก็ให้เพื่อนๆทุกคนลองใส่แว่นกันแดดวิเศษเพื่อที่จะปรับสภาพจิตใจให้กลายเป็นคิดบวกขึ้น ทุกคนจากเครียดๆก็กลายเป็นอารมณ์ดีกันหมด แต่สุดท้าย พีทสดุดระหว่างเล่นสเก็ตบอร์ดแล้วล้มทับแว่นกันแดดคู่นั้นจนแตก ตอนแรกก็รู้สึกตกใจ แต่สุดท้ายแล้วเจ้าพีทก็ได้เรียนรู้ว่าจริงๆแล้วมันไม่ได้อยู่ที่แว่นหรอกแต่อยู่ที่ตัวเขาเอง ที่สามารถมองหาสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน 


พออ่านจบซินดี้ก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าวันนี้ได้เจอเจ้าพีทและได้ยืมใส่แว่นวิเศษก็คงจะดีนะ แต่จริงๆแล้วมันเป็นบทเรียนที่ดีมากๆเลย พอเรากลับไปคิดถึงวันตั้งแต่เช้า ก็รู้สึกว่าเราปล่อยให้เหตุการณ์หลายๆอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงเช้ามาเป็นสิ่งที่ครอบคลุมความรู้สึกตลอดทั้งวัน คือมองทุกอย่างในแง่ลบจึงทำให้สถานการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นรู้สึกแย่ไปด้วย สุดท้ายแล้วมันอยู่ที่เราจะเลือกนั่นแหละ เช่นเดียวกันถ้าเราฝึกมองโลกในแง่บวก บางทีอุปสรรคมันก็ไม่ได้เป็นอะไรที่ร้ายแรงมากหรือแก้ไม่ได้ มันก็แค่เป็นสิ่งที่เราจะต้องจัดการในตอนนั้น การอ่านหนังสือกับลูกในตอนนั้นถือเป็นการเตือนสติของเราได้เป็นอย่างดีเลย บางครั้งบทเรียนดีที่สุดก็มาจากสิ่งง่ายๆรอบตัวเรา เพราะฉะนั้นวันไหนที่คุณรู้สึกว่ามีแต่เรื่องแย่ๆ ลองจินตนาการว่าคุณกำลังใส่แว่นกันแดดวิเศษสีอะไรก็ได้ที่คุณชื่นชอบ เพราะการคิดบวกเป็นการตัดสินใจที่สำคัญที่เราควรต้องทำอยู่ตลอด  บางวันการตัดสินใจนั้นมันอาจรู้สึกว่ายากกว่า แต่ถ้าเราสามารถทำได้ มันจะทำให้อะไรๆนั้นดีขึ้น เพราะจริงๆแล้ว ชีวิตเรามีอะไรดีๆอีกเยอะ และเราก็จะรู้สึกเลยว่าโอ้โห ท้องฟ้าสีสวยงดงามจังเลย แสงแดดก็ส่องแจ่มใส นกก็ร้องเสียงเพราะจริงๆ และตัวเราเองก็รู้สึกดี๊ดี เหมือนกับเจ้าแมวน้อยที่ชื่อพีท :)

Pete the Cat and his Magic Sunglasses - by Kimberly & James Dean

Cindy Bishop2 Comments